การเลี้ยงไก่พื้นเมือง
การเลี้ยงไก่พื้นเมือง

#0
กบในประเทศไทยมี 34 ชนิด แตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ และพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงกันมากที่สุดคือ กบนาหรือกบจาน เพราะสามารถเลี้ยงได้ในทุกสภาพท้องถิ่น ช่วยสร้างระบบนิเวศน์ และทำลายแมลงศัตรูพืช เช่น แมลง ยุง บุ้ง

พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ที่ดีควรมีลักษณะที่ดีดังนี้คือ
1. มีสภาพสมบูรณ์ในระบบการผสมพันธุ์
2. มีอัตราการเติบโตปกติสม่ำเสมอ
3. เลี้ยงบำรุงด้วยอาหารอย่างดี
4. ไม่ควรได้รับการกระทบกระเทือนที่รุนแรง
5. ไม่มีบาดแผลตามลำตัว
6. ไม่มีโรคและพยาธิเบียดเบียน
7. มีรูปร่างสมส่วนตามสายพันธุ์
8. มีอายุถึงขั้นสมบูรณ์เพศ
#1
- ลูกกบจากธรรมชาติ
เป็นการรวบรวกบที่มีอยู่ในธรรมชาติมาเลี้ยงในบ่อ จนกระทั่งได้ขนาดก็จับขาย ามารถแบ่งเป็นขั้นตอนได้ดังนี้
- ลูกกบจากโรงเพาะฟัก
เป็นวิธีการเลี้ยงที่ดีที่สุด เพราะจะได้ผลผลิตมากและแน่นอน นอกจากนี้ต้นทุนยังต่ำ สามารถลดปัญหาการบอบช้ำจากการลำเลียงลูกกบจากธรรมชาติได้อีกด้วย วิธีนี้ลูกกบจะได้มา โดยการนำเอาพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ที่มีลักษณะดีมาผสมกันในบ่อผสมพันธุ์ แลัวนำไข่ท็่ได้มาฟ้กใน บ่อเพาะฟกเพื้อให์ไดัลูกกบ แล้วจึงนำไปอนุบาลต่อในภายหลัง
#2
เตรียมบ่อคอนกรีต ที่ต้องเป็นบ่อคอนกรีตเพื่อแก้ปัญหาน้ำเสีย ป้องกันน้ำขุ่นที่เกิดจากตะกอนหรือโคลน และควรมีหลังคาหรือสิ่งคลุมบังแสง ช่วยให้กบไม่ตื่นตระหนกตกใจ และจัดแผ่นไม้ใส่ลงในบ่อเพื่อให้กบซ่อนในเวลากลางวัน


#3
เมื่อลูกกบอายุ 2 สัปดาห์ จะมีขนาด 3-5 ซม. ควรให้อาหารกบที่เป็นอาหารเม็ดผสมสำเร็จรูปสำหรับกบ อย่าให้ขนาดใหญ่เกินไป ให้อาหารวันละ 1 ครั้ง โดยการหว่านบริเวณชานบ่อ ระวังอย่าให้อาหารมากเกินไปจะทำให้น้ำเน่าเสีย เสื่อมคุณภาพ
#4

ทำการถ่ายเทน้ำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ช่วยให้กบกินอาหารได้ดี และเจริญเติบโตเร็วขึ้น แยกลูกกบเลี้ยงในบ่อเล็กต่างหาก แบ่งตามอายุและขนาด เพราะกบที่ตัวใหญ่กว่าจะกินตัวเล็กได้

เมื่อกบอายุได้ 6 เดือน จะได้ขนาดตามความต้องการของตลาด ตัวหนึ่งประมาณ 200-300 กรัม ให้ระบายน้ำในบ่อออกให้หมด แล้วใช้สวิงขนาดใหญ่คลุมไว้ จับกบทีละตัว คัดเลือกเอากบตัวโต ขนาดตามความต้องการของตลาด ส่วนตัวเล็ก ๆ ที่ไม่ได้ขนาดก็ปล่อยลงเลี้ยงในบ่อตามเดิม

ผู้เลี้ยงต้องดูแลถ่ายเทน้ำให้สะอาดอยู่เสมอ ให้อาหารในปริมาณที่พอเหมาะอย่าให้กบตกใจ และต้องทำที่กำบังให้กบด้วย#5




การที่กบที่เลี้ยงไว้เป็นโรคต่าง ๆ นั้น สาเหตุส่วนใหญ่มาจากความสกปรกของบ่อ การจัดการและดูแลไม่ทั่วถึง ทำให้กบมีสภาพอ่อนแอ หรือในกรณีที่กบไม่มีบาดแผล อาจเกิดจากอาหารสกปรกก็ได้ เมื่อผ่าอวัยวะภายในพบว่าถุงน้ำดีมีสีเขียวเข้มถึงน้ำเงินแก่ ไตมีขนาดใหญ่กว่าปกติ ลำไส้เล็กส่วนท้ายเกิดการตกเลือด ปอดมีตุ่มหนอง วิธีการบำบัด ให์ไช้ยาออกซิเตทตราไชคลีน 3 กรัมต่ออาหารกบ 1 กิโลกรัม ให้กบกินทุกมื้อประมาณ 3-7 วัน กบก็จะหายเป็นปกติ น้ำที่ใช้เลี้ยงกบควรอยู่ไนช่วงสภาพความเป็นกรดด่าง (พีเอช) ประมาณ 6.5-8.5 ในวันที่ฝนตกหนักหรืออุณหภูมิเปลี่ยนอย่างรวดเร็วร่างกายของกบจะปรับตัวไม่ทัน อาจตายได้ในวันรุ่งขี้นอย่างน้อย1ตัวเสมอ ในช่วงฝนตกจึงควรสร้างหลังคา หรือใช้ผ้าใบคลุมบ่อ หรือปรับอุณหภูมิในบ่อเลี้ยงให้คงที่

การเลี้ยงหมู
การเลี้ยงหมู
การเลี้ยงไก่พันธ์เนื้อ
การเลี้ยงไก่พันธ์เนื้อ
การเลี้ยงโคเนื้อ วัวเนื้อ
การเลี้ยงโคเนื้อ วัวเนื้อ
การเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่
การเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่
การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม
การเลี้ยงกุ้งก้ามกราม
การเลี้ยงกระต่าย
การเลี้ยงกระต่าย
การเลี้ยงปลาดุก
การเลี้ยงปลาดุก
การเลี้ยงกุ้งก้ามกรามแบบคอนโด
การเลี้ยงกุ้งก้ามกรามแบบคอนโด
การเลี้ยงหมูในหลุม
การเลี้ยงหมูในหลุม
การเลี้ยงโคนม วัวนม
การเลี้ยงโคนม วัวนม
การเลี้ยงปลานิล
การเลี้ยงปลานิล
การเลี้ยงกบ
การเลี้ยงกบ






© 2014 5nok.com การเลี้ยงสัตว์ || Privacy &Terms